บริการของเรา - กำจัดขน

ทำความรู้จักกับขนก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน

ระยะวงจรของเส้นขน

วงจรชีวิตของขน ตั้งแต่การเติบโตจนหลุดร่วงออกไป โดยขนแต่ละบริเวณจะมีช่วงเวลาชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยหลักแล้ว จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะเติบโต (ANAGEN PHASE) เป็นช่วงที่เส้นขนมีการเจริญเติบโต มีการแบ่งเซลล์ และได้รับสารอาหารต่างๆ จากเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยง โดยเส้นขนต่างๆ ในร่างกาย กว่า 85% มักอยู่ในระยะนี้ มีอายุได้นานประมาณ 3 ปี หากไม่มีปัจจัยภายนอกมากระทบ
  • ระยะหยุดเจริญเติบโต (CATAGEN PHASE) เป็นระยะที่เส้นขนหยุดการเจริญเติบโต เส้นขนหลุดออกจากรูขุมขนทำให้ไม่ได้รับสารอาหารต่างๆ มาหล่อเลี้ยง และเริ่มเข้าสู่ระยะหลุดร่วง โดยระยะนี้จะมีระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น
  • ระยะหลุดร่วง (TELOGEN) เป็นระยะสุดท้ายที่เส้นขนกำลังหลุดร่วงออกจากโคนขน มีระยะเวลาเฉลี่ย 1-3 เดือนและมีขนเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ เป็นการกลับเข้าสู่ระยะ ANAGEN PHASE อีกครั้ง
 
วงจรของเส้นขนของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกายรวมไปถึง อิทธิพลจากฮอร์โมน ลักษณะของเส้นขนความหนาบาง ความเข้มและอ่อนของสีเส้นขน  หากใครกำลังมองหาวิธีการกำจัดขนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการแวกซ์หรือเลเซอร์กำจัดขนก็จะสามารถกำจัดขนได้เฉพาะระยะ ANAGEN และผลการรักษาที่ได้ในเรื่องของระยะเวลาที่ขนหายไป อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละเทคโนโลยีและบริเวณของเส้นขนที่เลือกกำจัดออก

การกำจัดขนมีอยู่หลายประเภท

กำจัดขนแต่ละประเภทนานแค่ไหนกว่าจะขึ้น

หากพูดถึง ขน ก็ต้องนึกถึงการกำจัดขนเพราะขนก็เป็นปัญหาขนกวนใจของหนุ่มสาวหลายๆคน ซึ่งวิธีการกำจัดขนก็มีหลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่รู้ไหมว่าในแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันออกไป

  • การถอน เป็นทางเลือกแรกที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆ ด้วยความที่ง่ายทำที่บ้านก็ได้ แถมสะดวกรวดเร็ว ราคาไม่สูง แต่ไม่ถนอมผิวเลย ยิ่งถอนบ่อยเสี่ยงเป็นขนคุด ตุ่มหนังไก่ได้
  • การโกน อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก เรียบง่ายและรวดเร็วเช่นกัน แต่ข้อเสียคือ หลังจากโกนไปแล้ว 1-3 วัน ขนกลับมาขึ้นใหม่ค่อนข้างไว ต้องหมั่นโกนบ่อย เสี่ยงทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน ระคายเคืองผิวและคันได้ง่าย
  • การแว๊กซ์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้เช่นกัน มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและเย็น กำจัดขนหมดในครั้งเดียว แต่ อาจทำให้เจ็บผิวอักเสบและเป็นขนคุดได้ง่าย
  • ครีมกำจัดขน เป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีส่วนประกอบของสารเคมีชนิดต่าง ๆ มีฤทธิ์เป็นด่างสูง เมื่อสัมผัสกับเส้นขนแล้วก็จะเข้าไปทำลายเส้นขน ให้เส้นขนขาดออกจากรากขนและหลุดออกมาขณะที่รากขนก็ยังคงอยู่ตามเดิม การกำจัดขนวิธีนี้เป็นวิธีการกำจัดขนแบบชั่วคราวและยัง อาจเป็นอันตรายต่อผิวและทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อปัญหาผิวหนังตามมาได้อีกด้วย
  • กำจัดขนด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด และคนนิยมทำมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกำจัดได้ถึงรากขนและยังถนอมผิว ช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้และทำให้ขนที่ขึ้นใหม่ค่อยๆบาง จนจางหายไปในที่สุด 

เลเซอร์กำจัดขนมีกี่แบบ

เปรียบเทียบเลเซอร์กำจัดขน

เลเซอร์กำจัดขนนั้นมีอยู่หลายแบบซึ่งแต่ละแบบนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดมาดูกันว่าเลเซอร์แบบไหนเหมาะกับผิวแบบไหนกันบ้าง

  1. IPL (Intense Pulsed Light)  IPL เป็นพลังงานแสงที่มีช่วงคลื่นแสงกว้าง ความยาวคลื่นตั้งแต่ 515 นาโนเมตร ถึง 1,200 นาโนเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการกำจัดขนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนไทย IPL เป็นเครื่องมือกำจัดขนที่ให้ผลลัพธ์ได้ดี แม้อาจจะไม่โดดเด่นเท่าเลเซอร์กำจัดขนแบบอื่นๆ

    • เหมาะสำหรับ : คนที่มีผิวค่อนข้างขาว   
    • บริเวณที่นิยมทำ : ใบหน้า ขา หลัง บิกินี่ รักแร้ และส่วนที่บอบบาง 
    • กำจัดขน IPL ที่ Mersi Clinic ดีอย่างไร : ราคาประหยัดกว่า หากเทียบกับเลเซอร์แบบอื่น แถมบริการปรับใช้โหมดผิวเรียบเนียนให้เพิ่ม ช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำกระจ่างใสขึ้นได้
  2. Gentle YAG Laser เป็นเลเซอร์ชนิด long pulse Nd:YAG ที่นิยมมากในไทย ซึ่งมีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 1,064 นาโนเมตร โดยปล่อยพลังงานในช่วงความถี่ที่สามารถทำลายได้ถึงรากขน จะรู้สึกเจ็บ ดีด ได้เล็กน้อย และในขณะที่ทำมักจะมีสเปรย์เย็นปล่อยออกมาเพื่อทำความเย็นให้กับผิว

    • เหมาะสำหรับ : ทุกสีผิว
    • บริเวณที่นิยมทำ : บริเวณเล็กและแคบ เช่นใบหน้า หรือลำคอ
  3. Diode laser เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวของคลื่นค่อนข้างหลากหลาย โดยในปัจจุบันที่นิยมใช้นั้นมีช่วงคลื่นความยาวตั้งแต่ 800-810, 940, 1064-1350 nm เลเซอร์ Diode สามารถดูดซับเม็ดสีได้ค่อนข้างมาก และสามารถลงลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึกได้ จึงทำให้มีความสามารถในการกำจัดขนสูง และในขณะที่ทำจะให้ความรู้สึกนุ่มนวลสบายผิวเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ

    • เหมาะสำหรับ : ทุกสีผิว โดยเฉพาะผิวบอบบาง
    • บริเวณที่นิยมทำ : แขน ขา หลัง รักแร้ บิกินี่ และบริเวณกว้างๆ
    • กำจัดขน Diode ที่ Mersi Clinic ดีอย่างไร : เลือกใช้คลื่นความยาว 808 ที่สามารถจับเม็ดสีผิวได้ดี สามารถทำได้กับทุกสีผิว โดยไม่รู้สึกแสบร้อน และใช้เวลาในการทำที่รวดเร็วกว่า
  4. Alexandrite Laser  เป็นคลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 755 nm โดยเป็นคลื่นเลเซอร์ที่ใช้ผลึกอเล็กแซนไดร์เป็นตัวกลางในการผลิตแสง ทำให้สามารถลงลึกได้ลึกกว่า และสามารถจับเม็ดสีได้ดีกว่าคลื่นพลังงานเลเซอร์แบบอื่นทำให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนได้ดีมาก

    • เหมาะสำหรับ : ทุกสีผิว โดยเฉพาะผิวบอบบาง
    • บริเวณที่นิยมทำ : แขน ขา หลัง รักแร้ บิกินี่ และบริเวณกว้างๆ
    • กำจัดขน Alexandrite ที่ Mersi Clinic ดีอย่างไร : เป็นเลเซอร์กำจัดขนที่มีต้นทุนสูงหากเทียบกับเลเซอร์ชนิดอื่น  แต่เลเซอร์ชนิดนี้ให้ผลลัพธ์การกำจัดขนได้จำเพาะเจาะจง ในขณะที่ทำยังให้ความนุ่มนวลต่อผิว ไม่รู้สึกแสบร้อนและใช้เวลาในการทำไม่นาน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโหมดในการกระตุ้นคอลลาเจน กระชับรูขุมขน ลดตุ่มหนังไก่ และลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ดีอีกด้วย

ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร

คุณสมบัติ: มีความสามารถในการจับกับเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ได้ดีมาก จึงเหมาะกับการกำจัดขนได้ทุกสภาพเส้นขน ไม่ว่าจะเป็นสีอ่อน หรือสีเข้ม อีกทั้งยังมีความยาวคลื่นที่ใกล้เคียงกับบริเวณของรากขน จึงให้ผลลัพธ์ในการกำจัดขนถึงรากขนได้ดีมาก

ความยาวคลื่น 810 นาโนเมตร

คุณสมบัติ: มีคุณสมบัติในการกำจัดขนได้ทั้งขนสีเข้ม และขนสีอ่อน ทั้งยังสามารถกำจัดขนในคนสีผิวคล้ำได้ ด้วยหัวเลเซอร์ที่มีขนาดพื้นที่ถึง 2 ตารางเซนติเมตร ทำให้การกำจัดขนทำได้อย่างรวดเร็ว

ความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร

คุณสมบัติ: เป็นเลเซอร์กำจัดขนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากปลอดภัยในทุกสีผิวถึงความสามารถในการจับกับเซลล์เม็ดสีเมลานิน (Melanin) อาจไม่สูงมากเท่ากับ 755 และ 810 นาโนเมตร แต่ด้วยความลึกของช่วงคลื่นนี้ จึงเหมาะกับการรักษาขนที่มีเส้นหนาสีเข้มและมีรากลึกได้ดี

เลเซอร์กำจัดขนควรทำกี่ครั้ง

          โดยปกติแล้วการทำเลเซอร์กำจัดขนจะต้องทำซ้ำต่อเนื่อง เพราะขนของแต่ละส่วนของร่างกายขึ้นเป็นวงจรและมีความหนาบาง ความเข้มและอ่อนของเส้นขนที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราทำการเลเซอร์กำจัดขนจะส่งพลังงานลงไปที่รากขน และเม็ดสีเหล่านี้จะทำการดูซับพลังงานความร้อนจนทำให้รากขนฝ่อลงและทำงานได้น้อยลง

          ในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง ขนในช่วงระยะโตเต็มวัย ประมาณ 20-30% จะดูดซับพลังงานและฝ่อลง จึงทำให้ต้องมาทำซ้ำในบริเวณเดิมประมาณ 5-8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่บริเวณที่ทำ สีของเส้นขน ลักษณะของเส้นขน เชื้อชาติของผู้ทำ อีกทั้งการทำในแต่ละครั้งควรห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

          การทำเลเซอร์กำจัดขนจะเริ่มเห็นผลชัดเจน หลังจากการรักษาไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง โดยหลังจากการรักษาในแต่ละครั้ง ขนจะเริ่มหลุดออกมาประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการรักษาครั้งที่ 5 ผู้เข้ารับบริการจะสังเกตได้ว่า เส้นขนบริเวณที่รักษาจะเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยเป็นเส้นบางๆ ซึ่งหลังจากนี้อาจมีการเว้นระยะเวลาในการทำเลเซอร์ห่างขึ้น เมื่อครบทั้ง 8 ครั้งแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาบางรายอาจไม่มีขนขึ้นบริเวณนั้นๆ เลยถึง 2 ปี แต่ถ้าหากมีขนขึ้นก็จะเป็นเพียงขนอ่อนๆ ซึ่งสามารถกลับมารักษาซ้ำได้เป็นรายครั้ง ทั้งนี้ในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง ควรอยุ่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปรับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

การเตรียมตัวก่อนเลเซอร์กำจัดขน

การกำจัดขนด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ว่าก่อนจะทำเลเซอร์กำจัดขนควรเตรียมตัวอย่างไรบางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีหลังการทำเลเซอร์กำจัดขน ได้แก่

  1. งดการถอนขนแว็กซ์ โดยให้ใช้วิธีการโกนขน 1 – 2 วันก่อนเข้ารับบริการ

  2. งดสครับผิว ขัดผิวบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์กำจัดขน เพราะการสครัปผิวอาจทำให้ผิวถลอกเป็นแผลได้

  3. หลักเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน โดยไม่ควรให้ผิวบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์กำจัดขนถูกแสงแดด

  4. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก็ให้เกิดการระคายเคืองซึ่งอาจส่งผลให้ผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดขนอ่อนแอและไม่พร้อมกับการทำเลเซอร์กำจัดขน

การดูแลหลังเลเซอร์กำจัดขน

ในการทำเลเซอร์กำจัดขน เพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรักษาหลังการทำเลเซอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้รับการรักษาควรเอาใจใส่ ได้แก่

  1. งดกิจกรรมที่มีการใช้ความร้อน เช่น ซาวน่า โยคะร้อน อบไอน้ำ เป็นเวลา 2-3 วัน

  2. งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังการทำเลเซอร์กำจัดขนในช่วง 2 วันแรก เพื่อป้องการระคายเคืองบนผิวบริเวณที่ทำการเลเซอร์

  3. งดสครับผิว ขัดผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์กำจัดขน เพราะการสครัปผิวอาจทำให้ผิวถลอกเป็นแผลได้

  4. หลักเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์กำจัดขน โดยไม่ควรให้ผิวบริเวณที่ต้องทำเลเซอร์กำจัดขนถูกแสงแดดและทาครีมกันแดดบริเวณที่ทำเลเซอร์เพื่อป้องกันผิว

รีวิวกำจัดขนที่ Mersi Clinic